“เมื่อเจ้านายเลือกกบ”

พูดถึงเรื่องเล่า กบเลือกนาย ทุกคนรู้จักดี
พวกมันอยากได้เจ้านายที่ร้องเพลงไพเราะเหมือนนก
จึงร้องขอไปยังสวรรค์เบื้องบน

จากนั้นมันก็ได้เจ้านายเป็นนกจริงๆ
แต่เจ้านายไม่ได้สอนพวกกบเหล่านั้นร้องเพลงหรอกนะ
เจ้านกกระสาจับเจ้ากบเป็นอาหารอันโอชะต่างหาก

คราวนี้ขอกลับมุมคิดเป็น นายเลือกกบ(เจ้านายเลือกลูกน้อง)
ว่าเหลี่ยมการคิด จะออกมารูปไหนกัน

ปกติคนเราจะยอมรับใครสักคน ไม่ใช่เรื่องง่าย
(เจ้านายในฝัน ของฉันนั้นต้องไม่ธรรมดา)
เพื่อที่จะได้เรียนรู้ จากเจ้านายเก่งๆ ไว้เยอะๆ

มาดูตัวอย่างของกบเลือกนายกันก่อนอีกสักรอบ
– ผมอยากเก่งเรื่องภาษาอังกฤษ
ผมจะไปหาเจ้านายที่เป็นเจ้าของภาษา
คือพูดภาษาอังกฤษกันแบบไม่ต้องมีแปลไทย
กันทั้งวันเลย  แบบนี้ไม่เก่งให้รู้ไป

– ผมอยากเป็นนักดนตรี
ผมก็จะไปสมัครงานนักดนตรีประจำร้านอาหารหรือโรงเรียนสอนดนตรีสักแห่ง
เพื่อหาครูดีๆ สักคน

– ผมอยากทำงานโฆษณา
ผมก็คงต้องเสาะหาเจ้านายที่คิดนอกกรอบจินตนาการล้ำเลิศ
ไว้เป็นแบบอย่างในการทำงาน

และแน่นอนที่สุดครับสำหรับนักธุรกิจแล้วนั้นเราเองก็ต้องอยากเรียนรู้งานจากหัวหน้าที่มีภาวะผู้นำ มีความสามารถทำกำไร สามารถตอบคำถามผู้ถือหุ้นเรียกความมั่นใจจากมหาชได้

เยอะแยะไปหมด


แล้วถ้าเราอยากได้ผู้ตาม หรือ ลูกน้องที่ดีบ้างล่ะครับ

เจ้ากบเหล่านั้น  เขาจะอยากตามเจ้านายอย่างเรามั้ย?
พูดสั้น ๆ แบบเข้าใจง่ายๆ

“เรามีดีอะไรให้กบเลือกเราเป็นเจ้านาย”

ผมขอยกถ้อยคำของ Akira Harada
ผู้เขียนหนังสือ “ต้องรอดและต้องรวย สุดยอดกลยุทธ์ จัดการร้านอาหาร”
ที่ได้กล่าวว่าระหว่างสัมภาษณ์งานนั้นไม่ใช่แค่ผู้สัมภาษณ์จะสังเกตผู้ถูกสัมภาษณ์เท่านั้น
แต่ผู้ที่มาสมัครงานหรือถูกสัมภาษณ์ก็ยังแอบสังเกต
เจ้านายหรือผู้ที่เป็นตัวแทนในการสัมภาษณ์ด้วยเช่นกัน

คุณคิดเหรอครับว่าบุคลากรดี ๆ จะอยากทำงาน
ร่วมกับองค์กรที่พูดไม่สุภาพ  ร้านสกปรก
นโยบายต่าง ๆ ดูคลุมเครือ แต่ละฝ่ายแทบไม่มี Job Description ที่ชัดเจน
ถ้ายังตอบไม่ได้   ยังมีเวลา

เค้นความสามารถพิเศษที่คุณมีออกมา ให้เป็นที่ประจักษ์

แล้วกฎแรงดึงดูด จะทำงานของมันเองครับ

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!