ivoryboss

ปกติการที่มีผู้คอยสังเกตเหตุการณ์บ้านเมือง
สถานการณ์โลก หูตากว้างไกล สามารถมองข้ามรั้ว
ข้ามกำแพงได้เป็นคนนำพาองค์กร แบบนี้ค่อนข้างอุ่นใจ
และเป็นความคาดหวังที่ผู้ตามต้องการจากผู้นำของเขา

แต่ความหมายมันเปลี่ยนทันทีเพราะมี
เจ้าคำว่า “งาช้าง” มาตามหลัง กลายเป็น

<<<ผู้บริหารบนหอคอยงาช้าง>>>
หรือที่ฝรั่งเรียก “working in an ivory tower”

โดนสุภาษิตนี้เข้าไป………ผู้บริหารของผมงานเข้าครับ!

======

นั่นแสดงว่า เรากำลังโดนมองว่า
ทำงานอยู่เหนือความเป็นจริงมากไป

ข้อมูลเชิงลึกแทบไม่มี
ทฤษฎีเยอะ แต่ปฏิบัติน้อย
ไม่ค่อยลงมาสนใจงานภาคสนาม

เพื่อให้พอเห็นภาพมากขึ้น
ลองอ่านบทละครจำลองนี้นะครับ

======

GM:ยอดขายเดือนนี้เราตกนะ พอทราบสาเหตุมั้ย?
Manager : ผมให้ฝ่ายขายสรุปปัญหาให้ฟังอยู่นะครับ
ไม่ทราบจะเสร็จตอนไหนเหมือนกัน แต่จะเร่งให้ครับ

GM : แล้วพอจะทราบคร่าว ๆ มั้ยว่า ยอดขายตกจาก
ช่่องทางขายปลีก หรือช่องทางขายส่ง?
Manager: ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียดตรงนี้เลยครับ

GM : แล้วสินค้าตัวไหนที่ทำให้ยอดตกบ้างล่ะ?
Manager: ตอนนี้แผนกขายกำลังรวบรวมข้อมูลให้ผมครับ
แล้วผมจะแจ้งท่านอีกทีนะครับ

GM : อืมม์……ดูท่างานนี้แผนกขายจะงานหนักนะ
หัวหน้าแผนกขาย เขาชื่ออะไรเหรอ?
ผมอยากคุยด้วย
Manager: ผมจำชื่อเขาไม่ได้ครับ
เขาน่าจะเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่ 2 เดือน

======

เจ้า Manager คนนี้ล่ะครับ
เชิญลงจากหอคอยงาช้างได้เลย

======

ท้ายนี้ขอแทรกข้อคิดอีกสักนิดสำหรับท่านที่อาจจะพลาด
การอ่านวรรณกรรม 3 ก๊กตอนยุค 10 ขันทีครองเมือง
ซึ่งเป็นกรณีศึกษาชั้นเลิศอีก 1 ข้อที่ชี้ว่า
การบริหารงานแผ่นดินอย่างพระเจ้าเลนเต้นั้น
ช่างตรงกับคำที่ว่า ผู้บริหารบนหอคอยงาช้าง

เพราะท่านโดน 10 ขันที ขุนนางกังฉินเพ็ดทูลถ้อยคำ
ข้อมูลต่างๆ ที่บิดเบือนความจริง เอาดีเข้าตัว
ส่งผลให้บริหารบ้านเมืองล้มเหลว
ซึ่งผู้ที่ต้องทนทุกข์ ลำบากก็คือราษฎร

และนั่นก็ก่อให้เกิด กบฏจอมโจรโพกผ้าเหลือง
และยุคสามก๊กคืบได้ถือโอกาสเริ่มต้นในเวลาต่อมา

เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว อย่าลืมติดตามงานทุกชิ้นอย่างใกล้ชิด
ตามลำดับความสำคัญ  กุมหัวใจสำคัญหรือ Keyman
ทุกคนไว้ให้ได้  เพื่อความเป็น “ผู้บริหารขั้นเทพ” ครับ